กลไกและตัวอย่างการซื้อขาย CFD ทำงานอย่างไร?

CFD คืออะไร

กลไกและตัวอย่างการซื้อขาย CFD ทำงานอย่างไร?

นอกจากการเทรดการลงทุนกับหุ้น หรือ อสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนอย่าง “CFD” ซึ่งจะให้นิยามเกี่ยวกับ CFD คืออะไร แบบคร่าวๆ นั้นก็ คือ “CFD ย่อมาจาก Computational Fluid Dynamics หรือ พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ หรือเรียกได้ว่า คือ การใช้คอมพิวเตอร์และระเบียบวิธีเชิงตัวเลข (numerical methods) ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการไหลของของไหล (ของเหลวและก๊าซ) โดยมีเป้าหมายเพื่อจำลองพฤติกรรมการไหล เช่น ความเร็ว ความดัน อุณหภูมิ และความหนาแน่น ในบริเวณที่สนใจ” นั้นเองครับ และในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “กลไกและตัวอย่างการซื้อขาย CFD ทำงานอย่างไร? ” กันครับ

กลไลตลาดการเทรดแบบ CFD คืออะไรและเป็นอย่างไร?

CFD (Contract for Difference) หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบ Over-the-Counter (OTC) ซึ่งหมายความว่าไม่มีตลาดกลางหรือศูนย์ซื้อขายที่เป็นทางการเหมือนกับตลาดหุ้นทั่วไป กลไกตลาดการเทรดแบบ CFD จึงมีลักษณะเฉพาะดังนี้:

1. การทำสัญญากับโบรกเกอร์:

  • เมื่อคุณเทรด CFD คุณไม่ได้ซื้อขายกับผู้ซื้อหรือผู้ขายโดยตรง แต่คุณกำลังทำสัญญากับโบรกเกอร์ CFD
  • สัญญาดังกล่าวคือข้อตกลงระหว่างคุณกับโบรกเกอร์เพื่อแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคาสินทรัพย์อ้างอิงระหว่างเวลาที่คุณเปิดและปิดสถานะ

2. การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา:

  • หัวใจสำคัญของ CFD คือการเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคา สินทรัพย์อ้างอิง โดยที่คุณไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง ๆ
  • หากคุณคาดการณ์ว่าราคาจะขึ้น คุณจะเปิดสถานะ Long (ซื้อ) และทำกำไรหากราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด
  • หากคุณคาดการณ์ว่าราคาจะลง คุณจะเปิดสถานะ Short (ขาย) และทำกำไรหากราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด

3. Leverage (อัตราทด):

  • CFD มักมีการเสนอ Leverage สูง ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถควบคุมมูลค่าการซื้อขายที่ใหญ่กว่าเงินทุนที่คุณมีอยู่จริงได้
  • Leverage ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนในอัตราที่สูงขึ้นด้วย

4. Margin (เงินประกัน):

  • ในการเปิดสถานะ CFD คุณจะต้องวางเงินประกัน (Margin) ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญาเต็มจำนวน
  • ระดับ Margin ที่ต้องการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ สินทรัพย์อ้างอิง และ Leverage ที่ใช้

5. Spread (ส่วนต่างราคา):

  • โบรกเกอร์ CFD ส่วนใหญ่ทำกำไรจาก Spread ซึ่งคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) ที่พวกเขาเสนอ
  • ราคา Ask จะสูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อย และราคา Bid จะต่ำกว่าราคาตลาดเล็กน้อย

6. ค่า Swap (Overnight Funding):

  • หากคุณถือสถานะ CFD ข้ามคืน โบรกเกอร์อาจคิดค่าธรรมเนียม Swap หรือค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืน ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายหรือรายได้ ขึ้นอยู่กับทิศทางของสถานะและอัตราดอกเบี้ย

7. สินทรัพย์อ้างอิงหลากหลาย:

  • ตลาด CFD ครอบคลุมสินทรัพย์อ้างอิงที่หลากหลาย เช่น หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, สกุลเงิน และคริปโตเคอร์เรนซี ทำให้ผู้เทรดมีโอกาสในการเก็งกำไรในตลาดที่แตกต่างกัน

8. การเข้าถึงตลาด:

  • การเทรด CFD ช่วยให้ผู้เทรดสามารถเข้าถึงตลาดต่างๆ ทั่วโลกได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีบัญชีซื้อขายในแต่ละตลาดโดยตรง

2 ตัวอย่างการซื้อขายแบบ CFD

สถานการณ์ที่ 1: คาดการณ์ว่าราคาจะขึ้น (Long Position)

  1. การตัดสินใจ: คุณวิเคราะห์แล้วเชื่อว่าราคาหุ้น XYZ จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้ คุณจึงตัดสินใจเปิดสถานะ Long (ซื้อ) CFD ของหุ้น XYZ จำนวน 100 หน่วย
  2. Leverage และ Margin: โบรกเกอร์ของคุณเสนอ Leverage ที่ 1:10 นั่นหมายความว่าคุณสามารถควบคุมมูลค่าหุ้น XYZ มูลค่า 100 * 150 = 15,000 บาท ได้โดยวางเงินประกัน (Margin) เพียง 1/10 หรือ 1,500 บาท
  3. การเคลื่อนไหวของราคา: หลังจากที่คุณเปิดสถานะ ราคาหุ้น XYZ ปรับตัวขึ้นเป็น 155 บาท
  4. การปิดสถานะ: คุณตัดสินใจปิดสถานะ Short (ขาย) CFD จำนวน 100 หน่วย ที่ราคา 155 บาท
  5. การคำนวณกำไร:
    • ส่วนต่างราคาต่อหน่วย: 155 บาท (ราคาปิด) – 150 บาท (ราคาเปิด) = 5 บาท
    • กำไรรวม: 5 บาท/หน่วย * 100 หน่วย = 500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมและ Swap)

สถานการณ์ที่ 2: คาดการณ์ว่าราคาจะลง (Short Position)

  1. การตัดสินใจ: คุณวิเคราะห์แล้วเชื่อว่าราคาหุ้น XYZ จะปรับตัวลดลง คุณจึงตัดสินใจเปิดสถานะ Short (ขาย) CFD ของหุ้น XYZ จำนวน 100 หน่วย ที่ราคา 150 บาท
  2. Leverage และ Margin: เช่นเดียวกับสถานการณ์แรก คุณใช้ Leverage 1:10 และวางเงินประกัน 1,500 บาท
  3. การเคลื่อนไหวของราคา: หลังจากที่คุณเปิดสถานะ ราคาหุ้น XYZ ปรับตัวลงเป็น 145 บาท
  4. การปิดสถานะ: คุณตัดสินใจปิดสถานะ Long (ซื้อ) CFD จำนวน 100 หน่วย ที่ราคา 145 บาท
  5. การคำนวณกำไร:
    • ส่วนต่างราคาต่อหน่วย: 150 บาท (ราคาเปิด) – 145 บาท (ราคาปิด) = 5 บาท
    • กำไรรวม: 5 บาท/หน่วย * 100 หน่วย = 500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมและ Swap)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลและเนื้อหาเกี่ยวกับ “CFD” ที่เราได้รวบรวมมาให้ทุกๆ ท่านได้ทำความเข้าใจ หวังว่าจะเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ ท่านกันนะครับ